วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

ธรรมะสอนใจ 20 ข้อ จาก ท่าน ว.วชิรเมธี


ธรรมะสอนใจ 20 ข้อ จาก ท่าน ว.วชิรเมธี

๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน?
ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ

๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี?
(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี?
ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข

๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน?
งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน

๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา?
โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง

๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?
(๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
(๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
(๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ
ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา

๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้

๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี?
(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน
สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ

๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร?
โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา

๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี?
(๑) หางานใหม่
(๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
(๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
(๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด
จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่

๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย?
คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง
คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย

๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม?
ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ
แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
แทนที่จะไถ่โคกระบือ
คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า

๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน?
ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน
ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน

๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี?
มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน
ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ

๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร?
(๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
(๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
(๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง

๑๖. สวดมนต์บทไหนดี?
(๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
(๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า
จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
(๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้
คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง

๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี?
(๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
(๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
(๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส
เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด

๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก?
(๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
(๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
(๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน

๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม?
ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน

๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ?
ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์
ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน
มองอย่างพินิจจะพบว่า ในดีมีเสีย ในเสียมีดี

ธรรมะ บทความธรรมะสอนใจ กับการดำเนินชีวิต



เห็นธรรมเพียง 1นาที มีค่ามากกว่า...

การปฏิบัตินั้นไม่ใช่เข้าวัด ใส่บาตร ฟังเทศน์ ทำวัตรสวดมนต์เท่านั้น 

ปฏิบัติที่แท้จริงนั้นคือ การพูด การคิด การกระทำ ให้อยู่ในทำนองคลองธรรม สำหรับบางคนไม่เคยเห็นพระ แต่การพูด การคิด การกระทำ แล้วมีโทษน้อยๆ ก็เป็นการปฏิบัติธรรมอยู่ จิตใจบริสุทธิ์นั่นแหละกรรมดี

ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นหัวหน้า 
เมื่อใจดี ใจบริสุทธิ์ 
พูดก็ดี ทำก็ดี ดีไปหมด มีความสุข 

ในความเป็นชาวพุทธ ต้องมีสัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ เชื่อหลักวัฏฏสงสารมีจริง เชื่อหลักกฎแห่งกรรม เชื่อหลักอริยสัจ 4

บางคนที่เข้าวัดปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำ แต่ยังใจร้อน เข้าใจหลักธรรมดีพอสมควร และพยายามปฏิบัติธรรมอยู่ แต่สติปัญญาที่จะคุ้มครองอารมณ์ก็ยังไม่เพียงพอ เลยกระทบคนอื่น รู้สึกตัวอยู่ว่าผิด พยายามแก้ไขอยู่ ถ้าไม่ได้ปฏิบัติคงจะแย่กว่านี้มาก บุคคลประเภทนี้ควรแก่การยกย่อง กำลังพัฒนาตน ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ แต่คนอื่นอาจจะมองไม่เห็น เพราะกระทบอารมณ์และกำลังถูกดูหมิ่น ดูถูก นินทา อยู่

บางคนตั้งแต่กำเนิดมีนิสัยเรียบร้อย ใจเย็น ใจดี อยู่ในสังคมสิ่งแวดล้อมดี ไม่ค่อยกระทบกับใคร ไม่ได้ศึกษาธรรม ก็เหมือนรักษาศีลอยู่ แม้แต่สัตว์เดรัจฉานบางตัวก็เหมือนกัน เช่น หมา นิสัยดี ว่าง่าย สอนง่าย เรียบร้อย น่ารัก

มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่ง สมัยก่อน มีคุณนายผู้ดีคนหนึ่ง นิสัยดี ใจดี ใจมีเมตตา ใครมีทุกข์ลำบาก ก็ช่วยเหลือทุกคน ชาวบ้านต่างก็ชม สรรเสริญว่า คุณนายใจดี วันหนึ่งสามีเสียชีวิตไป เด็กรับใช้นึกสงสัยขึ้นมาว่า นายของเราเป็นคนดีจริงหรือเปล่า เลยลองดู ไม่เชื่อฟัง และด่านาย คุณนายใจดีแสดงอาการโกรธ โมโห เลยเข้าใจว่า คุณนายทำตัวเป็นคนดี ใจดีได้เมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีเงินมีทองมากมาย สามีรัก ใครๆ ก็เอาใจดูแล ชื่นชม สรรเสริญ

เราจะรู้จักตัวเองได้เมื่อเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ ทำใจได้ดีจึงจะเป็นคนดีจริง ถ้าพูดถึงตามหลักทั่วๆ ไปแล้ว การปฏิบัติธรรมเป็นประจำดีกว่า เพราะการฟังธรรมตามกาล การสนทนาธรรมตามกาล เป็นมงคลอันยิ่งใหญ่ เพราะมีโอกาสที่จะมีความเห็นถูกต้อง มีโอกาสที่จะอบรมสัมมาทิฏฐิ กิเลสหรืออารมณ์ร้อนเป็นคนละเรื่องกัน

สรุปแล้วคนที่ไม่ปฏิบัติ แต่ใจดีแล้ว ก็น่ายินดีอนุโมทนา คนที่ชอบเข้าวัด ฟังเทศน์ ปฏิบัติ ก็เป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนา น่าสรรเสริญทั้ง 2 ฝ่าย

ธรรมเป็นสิ่งอัศจรรย์ มหาโจรองคุลีมาลฆ่าคนถึง 999 คน ยังสามารถกลับใจเป็นดี เป็นพระอรหันต์ได้ เป็นสุดยอดคนดี เพราะอาศัยธรรมะ

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า การปรารภความเพียรเพียงราตรีเดียวมีค่ามากกว่ามีชีวิต 100 ปีแต่ปราศจากความเพียร คนที่เห็นธรรม 1 นาที มีค่ามากกว่าคนอายุ 100 ปีแต่ไม่เห็นธรรม



ความรัก


ความรักคืออะไร


ที่จริงมันมีนิยามเป็นร้อยเป็นพัน แล้วแต่ใครจะคิดขึ้นมา ได้เช่นว่า "ความรักคือการให้" หรือ "ความรักคือความเข้าใจกัน" หรือ "ความรักคือการไม่หวังสิ่งใดจากคนที่เรารัก แต่ขอให้เขานั้นมีความสุข เราก็พอใจแล้ว"
Be mine valentine

..........บางคนนิยามความรักได้อย่างน่ารักแต่เป็นความจริง คือ "ความรักเหมือน หวย มีสิทธิแทงไม่ถูกมากกว่าแทงถูก " หรือหากเป็นวัยรุ่นสมัยนี้ อาจนิยามความรักว่า "ความรักก็คือ การทดลองอยู่ด้วยกัน หากเข้าใจกันไม่ได้ ก็หาใหม่ได้ สรุปสั้นๆคือ ความรักคือการทดลอง" หรือแม้แต่บางคนอาจนิยามความรักว่า "ความรักคือเซ็กส์" แม้แต่ในทางพุทธศาสนายังกล่าวถึงความรักว่า "ที่ไหนมีความรัก ย่อมเกิดความทุกข์"
ความรัก มีนิยามร้อยแปดพันเก้า เรามาวิเคราะห์ ในเรื่องของความรักกันอย่างถ่องแท้ดีกว่า
..........ไม่จำเป็นที่จะต้องมีบุคคลที่ 2 หรือ 3 หมายถึงคนเราสามารถก่อให้ เกิดความรักได้โดยลำพัง เช่น การรักตัวเอง ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะลืม อยู่เสมอ ไปรักคนอื่นมากกว่ารักตัวเอง ทำให้เกิดปัญหาการฆ่าตัวตาย อย่างมากมายในสังคมปัจจุบัน
..........แน่นอน ความรัก คือความคิดถึง ความเป็นห่วง เป็นความรู้สึกที่สรรค์ สร้างโลกนี้ให้น่าอยู่มาก การที่คนเรามีคนคิดถึง หรือเป็นห่วง ย่อมทำให้ ตนมีความเชื่อมั่นในตัวเองว่าอย่างน้อยยังมีค่าต่อใครบางคน
..........เมื่อมีความรักเกิดขึ้น จะมองเห็นโลกนี้เป็นสีชมพู ดูสวยงาม แต่ควร ตั้งสติซักนิดว่าความรักสามารถจะจากเราไปได้เสมอ ตลอดเวลา และมัน คือสัจธรรมของชีวิต โอเคละ คงต้องเสียใจกันทุกคน แต่ต้องคำนึงว่านั้น มันไม่ใช่วันสิ้นโลก หรือขนาดที่ต้องเขียนกลอนออกมาว่า "ดอกรักบาน ในใจใครทั้งโลก แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน"
..........ความรัก เป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่าเหตุผล ข้อนี้หลายคนคงเถียง แต่เชื่อเถอะ คนบางคนรักใครขึ้นมา ถามว่ารักเขาเพราะอะไร กลับต้อง ใช้เวลาคิดนานมาก คนบางคนที่ดีเพียบพร้อมทุกอย่าง เรากลับไม่รัก ไปรักอีกคนที่หากใช้เหตุผลนานาประการแล้วคงไม่เลือก หรืออย่างผัวเมีย ที่ตีกันอยู่ทุกวัน แต่ไม่เห็นเขาจะหย่ากัน เพราะถามเขาว่ารักกันไหม ต่างก็ตอบว่ารัก แต่ผัวเมียบางคู่ทะเลาะกันดูเหมือนไม่รุนแรง กลับหย่า กันเสียได้ แถมหลังจากนั้นกลับเป็นศัตรูคู่อาฆาต ชนิดที่ว่าตายไปก็ไม่เผา ผีกันเลยทีเดียว
..........ความรัก นี้มันประหลาด ลึกลับ และมีพลัง พลังของความรักนี้สามารถ ทำได้ทุกอย่าง อย่างกรณีทัชมาฮาล ที่อินเดียก็เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก หรืออย่างการล้มสลายของราชวงศ์ต่างๆของจีน สืบเนื่องมาจากความรัก ทั้งนั้น ความรักเหมือนเป็นพลังแห่งการสร้างในทางกลับกันเป็นพลังแห่ง การทำลายที่รุนแรง
..........ความรัก ไม่จำกัดในเรื่องเวลาหรือสถานที่ ประเภทที่ว่ารักกัน 10 ปียัง ไม่แต่งงาน หรือบางคนรักกันเพียงเดือนสองเดือน กลับตกลงจะ แต่งงานกันแล้ว แถมระยะเวลาของความรักก็ไม่ใช่เรื่องที่จะยืนยันว่า ความรักจะยั้งยืนกว่าคนที่รักกันไม่นานแล้วแต่งงานกัน ส่วนเรื่องสถานที่ บทจะปิ๊งใครซักคน เดินผ่านหน้าห้องน้ำยังปิ๊งได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ใน สถานที่โรแมนติกเลย
..........ความรัก เป็นสิ่งน่าดึงดูด รู้ทั้งรู้ว่ามีโอกาสที่จะทำให้ตัวเองผิดหวัง แต่ก็ยังรักอยู่นั้นแหละ บางคนอกหักแล้วอกหักอีก ก็ยังแสวงหาความรัก ต่อไป หรือจะถือคติอย่างเพลงของพี่สายันต์ สัญญา ที่ว่า "อกหักเพียง (สิบ)ครั้ง ยังไม่ตาย"

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

สึนามิคืออะไร


สึนามิ" (Tsunami) เป็นคลื่นใต้น้ำที่มีขนาดใหญ่ เกิดจากเหตุแผ่นดินไหวหรือการเคลื่อนตัวของผิวโลกใต้น้ำ เริ่มแรกสึนามิ จะมีขนาดเพียงไม่กี่นิ้ว โดยคลื่นสึนามินี้เคลื่อนตัวได้เร็วมาก โดยมีความเร็วประมาณ 1,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเมื่อถึงชายฝั่งจะมีขนาดสูงขึ้นบางครั้งสูงถึง 35 เมตร แต่ความเร็วก็จะลดลงด้วยเช่นกัน แต่ก็สามารถทำลายทรัพย์สิน บ้านเรือน สิ่งกีดขวาง ให้หายไปในพริบตา
4.2 การป้องกันภัยจากสึนามิ
     การป้องกันภัยจากสึนามิอาจกระทำได้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน  ซึ่งต้องให้ความร่วมมือกันดังนี้
          ภาครัฐ
     1. จัดวางผังเมืองให้เหมาะสม โดยพิจารณาจัดให้แหล่งที่อยู่อาศัยอยู่บริเวณที่ห่างจากชายฝั่งทะเล
     2. ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัยจากคลื่นสึนามิ และแผ่นดินไหว
     3. จัดให้มีการฝึกซ้อมรับภัยจากคลื่นสึนามิ
     4. วางแผนในเรื่องการอพยพผู้คน การกำหนดสถานที่ในการอพยพ การเตรียมแหล่งสะสมน้ำสะอาด  การจัดเตรียมบ้านพักอาศัยชั่วคราว การระสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขณะเกิดภัย การกำหนดขั้นตอน หรือวิธีการชวยเหลือบรรเทาภัยด้านสาธารณสุข การรื้อถอนและฟื้นฟูสิ่งก่อสร้าง
     5. หลีกเลี่ยงการก่อสร้างใกล้ชายฝั่งทะเล ในเขตที่มีความเสี่ยงภัยจากคลื่นสึนามิสูง
     6. จัดให้มีศูนย์เตือนภัยจากคลื่นสึนามิ
     7. มีการประกาศเตือนภัย
          ภาคเอกชน
     1. ควรให้การสนับสนุนภาครัฐและประชาชนในเรื่องการประชาสัมพันธ์ หรือการให้ความรู้แก่ประชาชน ในเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัยจากคลื่นสึนามิ
     2. ให้การสนับสนุนด้านการเงิน เพื่อใช้ในการป้องกันภัยสึนามิ และการช่วยเหลือหลังเกิดภัยพิบัติขึ้น
     3. ให้การสนับสนุนด้านกำลังคนในการช่วยเหลือ กรณีเกิดภัยจากสึนามิ
          ภาคประชาชน
     1. ควรติดตามการเสนอข่าว หรือประกาศเตือนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
     2. รู้จักสังเกตปรากฏการณ์ของชายฝั่ง ถ้าน้ำทะเลลดระดับลงมามากหลังเกิดแผ่นดินไหว ให้สันนิษฐานว่า อาจเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้ ให้รีบอพยพคนในครอบครัว หรือสัตว์เลี้ยง ให้อยู่ห่างจากชายฝั่งมาก ๆ ควรอยู่ในที่ดอนหรือที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง
     3. กรณีที่อยู่ในเรือ ซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเรือหรืออ่าวให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเล เมื่อทราบว่าจะเกิด คลื่นสึนามิพัดเข้าหา
     4. หากเกิดภัยจากคลื่นสึนามิ พยายามตั้งสติให้มั่น เพื่อเตรียมรับสถานการณ์
     5. อย่าลงไปชายหาดเพื่อไปดูคลื่นสึนามิ เพราะเมื่อเห็นคลื่นแล้วก็จะไม่สามารถวิ่งหลบหนีได้ทัน
     6. ไม่ควรประมาท กรณีที่มีข่าวว่าจะเกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็ก เนื่องจากคลื่นสึนามิในบริเวณหนึ่ง อาจมีขนาดเล็ก แต่ว่าอีกบริเวณหนึ่งอาจมีขนาดใหญ่ก็ได้
     7. คลื่นสึนามิสามารถเกิดขึ้นได้อีกหลายระลอก จากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งเดียว เนื่องจากการ แกว่งไปแกว่งมาของน้ำทะเล ถ้าจะลงไปชายหาดให้รอสักระยะหนึ่ง เพื่อให้แน่ว่าปลอดภัยจากคลื่นแล้ว

ภาวะโลกร้อน


ภาวะโลกร้อน
            ภาวะโลกร้อน หมายถึง ภาวะที่อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ภาวะโลกร้อนอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝน ระดับน้ำทะเล และมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อพืช สัตว์ และมนุษย์
           ที่มาของภาวะโลกร้อน
           ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากผลของภาวะเรือนกระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Greenhouse Effect โดยภาวะโลกร้อน ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ, การขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

การแก้ปัญหาภาวะโรคร้อน


ปัญหาภาวะโลกร้อน

นักอนุรักษ์โลก (Global Preservationists) ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวิทยาศาสตร์ กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรโลก กลุ่ม Green Peace หรือกลุ่มอื่นๆ ได้สังเกตภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นกับโลก โดยสังเกตจากอุณหภูมิสูงขึ้น คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น ภัยแล้ง น้ำท่วม พายุ ฤดูกาลแปรปรวน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และภัยพิบัติต่างๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นถี่ในระยะนี้ แต่ละเหตุการณ์นั้นได้ทำลายชีวิตและทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก เมื่อตรวจสอบสาเหตุหลักๆ ก็พบว่า หนึ่งในสาเหตุทั้งหลายก็คือ ภาวะก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Effect) และภาวะเรือนกระจกนี้ได้ คือ ปัญหาภาวะโลกร้อน
การแก้ปัญหาภาวะโรคร้อน

“ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสเหตุและความดับของธรรมนั้น” ที่ขึ้นต้นด้วยข้อความนี้ซึ่งเป็นข้อความที่พระอัสสชิแสดงต่ออุปติสสะ (พระสารีบุตร) ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกสิ่งที่เกิดมาเหตุทั้งนั้น การจะดับสิ่งที่เกิดก็ต้องดับที่เหตุ ด้วยเหตุนี้การแก้ภาวะโลกร้อน ก็คือการดับภาวะโลกร้อน การจะแก้สิ่งใด ก็แก้สาเหตุนั้น

มนุษย์ต้องทำความเข้าใจกฎของธรรมชาติ สิ่งใดมีเหตุ สิ่งนั้นก็ต้องมีผล เมื่อกฎเหล่านี้ถูกแทรกแซง ผลก็ต้องปรากฏไปตามกฎของมัน ไม่มีทางหลีกเลี่ยง เป็นความแน่นอน ในขณะเดียวกัน ถ้าหากปฏิบัติตามกฎ รู้เหตุรู้ผล ก็ทำให้แก้ไขปัญหาได้ ในพระพุทธศาสนาได้แสดงกฎของธรรมชาติ เรียกว่า นิยาม คือ ความแน่นอน ความเป็นไปอันมีระเบียบแน่นอนของธรรมชาติ มี ๕ ประการ คือ
๑) อุตุนิยาม คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับอุณหภูมิ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะดินน้ำอากาศ และฤดูกาล อันเป็นสิ่งแวดล้อมสำหรับมนุษย์ (Physical laws)

๒) พีชนิยาม คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ มีพันธุกรรม สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย (Biological Laws)

๓) จิตตนิยาม คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับการทำงาน หน้าที่ของจิต (Psychic Law)

๔) กรรมนิยาม คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ กระบวนการให้ผลของการกระทำ (Karmic Laws)

๕) ธรรมนิยาม คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับความสัมพันธ์และอาการที่เป็นเหตุเป็นผลแก่กันแห่งสิ่งทั้งหลาย (Causality and Conditionality Laws)

สาเหตุมีทั้งสาเหตุภายในคือ สาเหตุจากมนุษย์เอง และสาเหตุภายนอก คือสาเหตุจากความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งสองสาเหตุนั้น เมื่อมาพิจารณาก็สามารถที่จะดับสาเหตุภายในได้ สาเหตุภายนอกนั้นทำไม่ได้ เปรียบเหมือนตัวอย่างที่ได้ยกแสดงไว้ตั้งแต่ต้นว่า เปรียบเหมือนร่างกายที่ทรุดโทรมไปในแต่ละวัน เราไม่สามารถห้ามสาเหตุที่เป็นกฎธรรมชาติอย่างนั้นได้ ร่างกายนี้ต้องทรุดโทรมไป เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมดา และในที่สุดก็ต้องแตกสลายไป เป็นของเที่ยงแท้แน่นอน โลกและจักรวาลก็เช่นเดียวกันก็ต้องถึงกาลที่จะสิ้นสูญไปตามธรรมดาขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น

ผู้เป็นโรคจะแก้ปัญหาได้ก็คือ แก้จากภายใน โดยการดูแลรักษาโรคที่เกิดขึ้นแล้ว ป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นใหม่ ดูแลรักษาสุขภาพอนามัยให้สมบูรณ์เพื่อไม่ให้โรคเข้ามาได้ง่าย โลกก็เหมือนกันแก้ได้โดยวิธีนี้ รักษาโรคของโลกที่เป็นอยู่แล้วคือพิษร้ายทั้งหลายที่ทำลายระบบนิเวศของโลก ป้องกันภัยไม่ให้เกิดโรคขึ้นใหม่โดยการไม่ให้มีแหล่งพิษภัยเหล่านั้นอีก จากนั้นก็ทำสุขภาพของโลกให้ดีโดยการช่วยกันดูแลรักษาระบบนิเวศของโลกให้ดำเนินไปตามปกติ

ภาวะโลกร้อนในความหมายทางพระพุทธศาสนาโลกนั้นหมายเอาโลกคือชีวิต ชีวิตก็คือโลก ได้แก่ ชีวิตของสรรพสัตว์นั่นเอง การดับภาวะโลกร้อนก็คือ การดับภาวะที่ชีวิตนี้รุ่มร้อน ชีวิตที่ถูกเผาผลาญด้วยพลังแห่งกิเลสทั้งหลาย จะดับภาวะโลกร้อนนี้ได้ที่ไหน ก็ดับที่สาเหตุ ได้แก่ ความยากทั้งหลาย หรือดับตัณหานั่นเอง เมื่อตัณหาดับภาวะแห่งโลกร้อนก็ดับ นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ถูกจุดที่สุด

ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาของโลกที่เกี่ยวข้องและกระทบกับทุกส่วนของสรรพสิ่งบนโลก ปัจจัยหลักอยู่ที่ความผิดปกติของสภาพภูมิอากาศ สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเช่นนี้ขึ้นกับโลกนั้นเป็นปัจจัยทั้งทางการเปลี่ยนแปลงของโลกและการกระทำของมนุษย์ แน่นอนว่า ทุกสิ่งนั้นมีความเกิดขึ้นและเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา แต่โลกที่เป็นโรคเพราะน้ำมือมนุษย์นั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการดูแลและรักษาโรคของโลกได้

วิธีรักษานั้นก็ต้องเริ่มที่เข้าใจระบบ ปรับพฤติกรรม และสร้างประโยชน์ หรือที่เข้าใจก็คือ แก้ไขได้ด้วยศีล สมาธิและปัญญานั่นเอง ทั้ง ๓ กรอบนี้สามารถแก้ไขได้ทั้งภาวะโลกร้อนและภาวะใจร้อน คือภาวะเรือนกระจกของโลกและของจิต

ภาวะเรือนกระจกของโลกคือ การอบขึ้นของปฏิกิริยาของก๊าซและไอน้ำ ภาวะเรือนกระจกของจิตคือ ปรากฏการณ์เรือนกิเลส ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ใดก็สร้างความเสียหายให้แก่โลกและจิตได้ทั้งนั้น จำเป็นต้องแก้ไขอย่าให้ปรากฏการณ์นี้เลวร้าย เผาไหม้โลกและมนุษย์ให้สิ้นไปเพราะน้ำมือของมนุษย์เอง

อย่าให้โลกนี้ต้องถูกเผารนด้วยไฟคือ ราคะ โทสะและโมหะ
เป็นภาวะโลกร้อนที่อันตรายและน่ากลัวอย่างยิ่ง ต้องรีบลดและขจัดออกไปให้หมดไป


รถแต่งสวยๆ










สวนสวยๆ

สวนสวยๆ




สวนสวยๆที่นิวซีแลนด์

ประทับใจสวนสวยๆน่ารักที่เมือง Tauranga ของนิวซีแลนด์จัง
ช่วงที่ไปเป็นช่วง Spring ใกล้จะเข้าฤดูร้อนแล้ว
มองไปทางไหนก็มีแต่สีสัน สดชื่นไปหมด




ที่นี่เป็นสวนผลไม้ (orchard) ที่ชานเมือง Tauranga (Te Puna)
ที่เห็นอยู่ข้างหลัง เป็นต้นกีวีฟรุ๊ต



ด้านหน้าของสวนผลไม้ เจ้าของจัดเป็นสวนดอกไม้ กว้างขวาง สวยสดชื่นมากๆ
และเปิดให้คนเข้ามาชมสวนได้





มีของตกแต่งน่ารักๆ อยู่ทั่วไปในสวน



เวลาเดินในสวนจะได้กลิ่นหอมหวานของดอกส้ม กระจายอยู่ทั่วไป
ชอบมากมากเลย






มีซุ้มดอกไม้สวยๆ 4-5 ซุ้ม
จะเอามาเป็นแบบทำที่สวนที่บ้านบ้าง





บ้านที่เราไปพักอยู่เกือบเดือน อยู่ชานเมือง Tauranga
เป็นย่านที่เงียบสงบมากๆ
มีคนทำสวนผลไม้หลายแห่ง พวก กีวีฟรุต อโวคาโด ส้ม



วิวหน้าบ้าน
ด้านซ้ายของรูปเป็นทางสาธารณะ ประมาณทางเท้า
ถ้าอยู่หน้าบ้านใคร เขาก้อจะดูแลกันอย่างดี
ตัดหญ้าเรียบร้อย ไม่รก
ถ้าไม่ใช่หน้าบ้านโดยตรง
ก็จะมีเจ้าหน้าที่ ขับรถตัดหญ้ามาตัดเตียนเรียบร้อยเช่นกัน



ใบไม้สีสวย